READING

ภูมิปัญญาการแกะสลักไม้บ้านหนองยางฟ้า...

ภูมิปัญญาการแกะสลักไม้บ้านหนองยางฟ้า

แกะสลักไม้บ้านหนองยางฟ้า

งานแกะสลักไม้ที่อำเภอแม่ทาสมัยก่อนมักจะถ่ายทอดกันภายในครอบครัว ดังนั้นเมื่อ พ่อหลวงน้อยเสาร์ พุทธวงค์ นำตัวอย่างไม้ของสล่าซอน จิระปัญโญ มา จึงต้องเรียนรู้แกะแบบด้วยตนเอง เพราะถือเป็นคนอื่น เมื่อแกะแบบได้แล้ว ชาวบ้านหนองยางฟ้าจึงได้แกะรูปช้างในรูปแบบที่เหมือนๆ กัน จนกระทั่งเมื่อมีกำลังการผลิตมากขึ้นจึงได้แบบอื่นๆ มาจากเชียงใหม่มาแกะสลักขาย ทำให้มีงานแกะสลักหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ปัจจุบันการผลิตงานแกะสลักไม้ของจังหวัดลำพูน จะมีแหล่งที่ทำสีแยกออกจากแหล่งแกะสลัก แยกงานกันทำอย่างชัดเจน งานแกะสลักของบ้านหนองยางฟ้าปัจจุบันแบ่งเป็น

  1. การแกะสลักนูนต่ำ ได้แก่ การแกะสลักลายต่างๆ ประกอบเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเรือน การแกะภาพนูนต่ำหน้าพระ
  2. การแกะสลักนูนสูง เช่น กลุ่มหัวสัตว์ต่างๆ หัวช้าง ทั้งไทยและแอฟริกา กวาง
  3. การแกะสลักแบบลอยตัว เป็นรูปสัตว์และรูปพระพุทธรูป หรือรูปเคารพต่างๆ มีทั้งแบบดั้งเดิมและแบบทันสมัย ตั้งแต่ชิ้นเล็กๆ สำหรับเป็นของที่ระลึก และชิ้นใหญ่สำหรับตกแต่งบ้าน
  4. งานกลึง เช่น การทำขันโตก ถ้วยไม้ หรือลูกกรงบันได 
แกะสลักไม้บ้านหนองยางฟ้า

การแกะรูปพระลอยตัวซึ่งอยู่ในขั้นตอนการเกลารูปหน้าพระให้เรียบ

องค์ความรู้เรื่องการแกะสลักไม้บ้านหนองยางฟ้า 

บ้านหนองยางฟ้าแต่ก่อนมีไม้ให้เลือกมากมาย แต่ปัจจุบันไม้สักหายาก ดังนั้นส่วนใหญ่สล่าจึงเลือกใช้ไม้ฉำฉาเพราะหาง่ายและแกะสลักได้ง่าย ในงานแกะพระพุทธรูป ส่วนใหญ่ไม้ที่ใช้มักเป็นไม้มงคลที่หายาก อาทิ ไม้พญางิ้วดำ ไม้พะยูง ไม้ตะเคียน และไม้สัก ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นฝ่ายจัดหามาให้ และไม้บางท่อนที่นำมาให้สล่าแกะต้องมีใบอนุญาตยืนยันว่าเป็นไม้ที่ถูกกฎหมาย ดังนั้นสล่าในกลุ่มที่แกะพระพุทธรูปบางงานจึงไม่ได้เลือกไม้เอง

แกะสลักไม้บ้านหนองยางฟ้า

การใช้สิ่วตัววีเดินเส้นหูช้าง

ขั้นตอนการแกะสลักไม้บ้านหนองยางฟ้า

  • การเลือกไม้
    ไม้ที่หาได้ง่ายอย่างไม้ฉำฉานั้น ต้องเลือกไม้ฉำฉาที่มีอายุ 4-6 ปีขึ้นไป เพราะเนื้อไม้แข็งพอดีสามารถนำมาแกะสลักได้ ส่วนไม้อีกอย่างที่หาได้ง่ายคือไม้ขนุน ซึ่งสล่าจะสังเกตที่ผิวเปลือกที่แตกเป็นสะเก็ด มีเนื้อไม้สีเข้ม ไม่ใช่เนื้อไม่อ่อนสีขาวเพราะหากนำมาใช้แกะสลักจะแตกง่าย
  • การขึ้นรูป
    เมื่อได้ไม้ที่ดีจำนวนหนึ่งแล้ว ก็เลือกขนาดไม้ให้ตรงกับงาน กำหนดขอบเขตรูปทรงคร่าวๆ แล้วจังตัดไม้ส่วนที่ไม่ต้องการออก อาจจะเป็นการขึ้นรูปโดยใช้มีดพร้า (มีดโต้) หรือเลื่อยยนต์ หรือเลื่อยฉลุแท่น เพื่อทำเป็นโครงสร้างหยาบๆ
  • การวาดลาย
    วัดสัดส่วนและวาดภาพร่างของงานที่จะแกะสลัก หลังจากนั้นใช้สิ่วและค้อนตอกไปตามลวดลายและรูปทรงของไม้ตามที่ต้องการ จึงค่อยลงรายละเอียดอื่นๆ เช่น ลวดลายขนาดเล็ก และซ่อมริ้วรอยต่างๆ
  • การดูแลไม้ก่อนการทำสี
    ในกลุ่มงานชิ้นเล็กของบ้านหนองยางฟ้ามีกรรมวิธีหนึ่งซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน นั่นคือ การแช่ไม้ด้วยน้ำยากันมอดที่มาจากธรรมชาติ  โดยน้ำยาแช่ไม้ดังกล่าวทำมาจากสมุนไพรธรรมชาติ ได้แก่ สะเดา ฟ้าทลายโจร ยาขื่น (หรือยาเส้น) เหล้าโรง น้ำส้มสายชู นำมาผสมกัน เป็นยากันมอดสำหรับแช่งานไม้ขนาดเล็กและกลาง ซึ่งสูตรนี้พบที่โรงงานของสล่าเกษมกิจ และนอกจากนี้ยังมีการอบไม้ด้วยถังขนาดใหญ่ ใส่เชื้อเพลิงไว้ด้านล่าง ด้านบนเป็นตะแกรง แล้วนำชิ้นงานมาวาง เอาผ้าห่มหนาๆ คลุม ทิ้งไว้ 1 คืน ทั้งนี้เพื่อให้ไม้นั้นแห้งและนำไปทำงานลงสีได้ต่อไป

    แกะสลักไม้บ้านหนองยางฟ้า

    หลังจากแช่น้ำยากันมอดแล้วก็นำไม้มาอบเป็นเวลา 1 คืน

  • ขัดมันหรือลงสี
    สำหรับงานแกะสลักพระนั้นส่วนใหญ่สล่าของบ้านหนองยางฟ้าไม่ค่อยได้ทำมากนัก มักจะส่งเป็นงานดิบ ที่บ้านหนองยางฟ้าเองก็มีแหล่งทำสีและเก็บรายละเอียดงาน ลงรักและปิดทอง หากเป็นกลุ่มไม้ที่เป็นไม้มงคลมักจะขัดมันให้เห็นความสวยของเนื้อไม้มากกว่าการทำสี

    แกะสลักไม้บ้านหนองยางฟ้า

    ขั้นตอนการขัดมันและทำสีภาชนะไม้

ในส่วนของพิธีกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการแกะสลักไม้ของบ้านหนองยางฟ้านั้น ช่างแกะสลักไม้ของหมู่บ้านนี้มีพิธีกรรมที่ทำร่วมกันคือ “งานขึ้นครูบูชาสิ่ว” ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ของทุกปี เพื่อเป็นการบูชาครูและขอขมาที่ใช้นำมาประกอบอาชีพ นอกจากนี้ช่างบางคนที่แกะสลักพระพุทธรูปยังมีพิธีกรรมและความเชื่ออื่นๆ อีก เช่น การขอขมาทั้งก่อนและหลังแกะสลัก เป็นต้น

 


RELATED POST

Your email address will not be published.

By using this form you agree with the storage and handling of your data by this website.