READING

ประวัติการแกะสลักไม้บ้านหนองยางฟ้า...

ประวัติการแกะสลักไม้บ้านหนองยางฟ้า

แกะสลักไม้บ้านหนองยางฟ้า

สล่าสามเกลอของลุ่มน้ำทา

ในยุคของการสร้างทางรถไฟ พ.ศ. 2447 ที่สถานีรถไฟหนองหล่ม มีกุลีสร้างทางรถไฟ 3 คน ซึ่งเป็นเพื่อนกัน คือ ซอน จินะปัญโญ คนบ้านดอยแช่ จันทร์ อุดมสุข คนบ้านหมื่นข้าว และ คำ จินะเป็งกาศ ในช่วงที่ทำงานนี้ ทั้ง 3 คนได้เดินทางไปกลับเชียงใหม่และลำพูนเสมอ และได้มีโอกาสไปที่อำเภอสันกำแพง เห็นการแกะสลักช้าง จึงซื้อตัวอย่างกลับมา ด้วยความที่มีบรรพบุรุษเป็นสล่าและมีฝีมือเชิงช่างอยู่พอตัว จึงได้ลองแกะสลักช้างตามแบบที่ได้มา พอเห็นว่าทำได้สวยจึงทำไปเรื่อยๆ จนได้จำนวนมาก แล้วจึงนำใส่ถุงย่ามไปขายในร้านที่ถนนวัวลาย บ้านถวาย บ่อสร้าง และตลาดป่าซาง ซึ่งถือเป็นศูนย์การค้าใหญ่ก่อนที่จะมีการตัดถนนซูเปอร์ไฮเวย์ งานของพวกเขาได้ราคาดี จึงขยายตลาดไปยังตลาดสบตุ๋ยลำปาง จากนั้นก็มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้ง 3 คนจึงได้พัฒนาฝีมือ แกะช้างตัวใหญ่ขึ้น มีหลายรูปแบบมากขึ้น เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย นก เป็ด แมว พระพุทธรูป และสั่งทำเป็นเครื่องเรือน เครื่องประดับ ของที่ระลึก กลายเป็นสล่าแกะไม้กันเต็มตัว

สล่าซอนมีทายาทที่รับช่วงต่องานไม้แกะสลักคือ สล่ารอด จินะปัญโญ อาศัยอยู่ที่บ้านดอยแช่แล้วจึงย้ายมาอยู่ที่บ้านท้องฝาย สล่ารอดกล่าวว่า พ่อของเขามีลูกศิษย์อยู่ 4 คน คือ 

  1. สล่าจันทร์ จ้อยกาศ ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว
  2. สล่าทา ปัญญากาศ ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว
  3. สล่าใจ๋ เมาเพชรกาศ ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว
  4. สล่าสม ปัญโญกาศ อาศัยอยู่บ้านดอยแช่ ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่

สล่ารอดสืบทอดทำงานต่อจากพ่อ และได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับลูกๆ ทั้ง 3 คน แต่มี 2 คนที่ยึดอาชีพเป็นสล่าแกะไม้ นั่นคือ สล่าบุญรัตน์ จินะปัญโญ และ สล่าพิสมัย จินะกาศ ไม้ที่ใช้ในยุคแรกๆ คือไม้สัก ไม้งิ้ว และเปลี่ยนเป็นไม้ฉำฉาในภายหลัง ส่วนสล่าลูกศิษย์สล่าซอน อีกคนที่สานงานต่อนั่นคือ สล่าสม ปัญโญกาศ เขาทำงานไม้อย่างต่อเนื่อง ส่งขายไปยังที่ต่างๆ และได้สอนงานแกะไม้เป็นอาชีพให้ลูกๆ ทั้ง 6 คน และยังสอนคนที่สนใจมาเรียนรู้อีกด้วย

เมื่องานแกะสลักไม้เข้ามาในอำเภอแม่ทาและแพร่หลายสักระยะหนึ่ง ใน พ.ศ. 2500 พ่อหลวงน้อยเสาร์ พุทธวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหนองยางฟ้าเวลานั้น เห็นว่าการแกะสลักไม้นั้นสร้างรายได้ให้กับลูกบ้านได้ดี จึงนำแบบงานแกะสลักของ สล่าซอนมาศึกษา ถือเป็นการเริ่มต้นเข้าสู่การเป็นหมู่บ้านแกะสลักของบ้านหนองยางฟ้า สล่าที่หนองยางฟ้าหลายๆ คนก็เป็นลูกศิษย์ของสล่ารอดทายาทของสล่าซอน สล่าเก๊า หรือ ผู้เริ่มต้นแกะสลักไม้เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนของอำเภอแม่ทา 

แกะสลักไม้บ้านหนองยางฟ้า

งานช้างยุคแรกๆของสล่าทวีคำพิกาศ-ส่งขายที่กาดหลวงเหมือนๆ-กับสล่ารายอื่นๆ

ความเป็นมาของการแกะสลักไม้บ้านหนองยางฟ้าในปัจจุบัน

“ช้าง สร้างชีวิต” คือคำพูดของพ่อครูสล่ากิจเกษม เพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย การแกะช้างยังคงเป็นสิ่งที่ทำเงินให้กับสล่าแกะไม้เสมอมา สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างชีวิตให้ชุมชน ด้วยสล่าซอน จินะปัญโญ เป็นผู้เริ่มต้นการแกะสลักแบบอุตสาหกรรมในครัวเรือนโดยการแกะช้าง ดังนั้นเมื่อพ่อหลวงน้อยเสาร์ พุทธวงศ์ เดินตามรอย สล่าซอน ใน พ.ศ. 2500 เขาก็เริ่มต้นด้วยการแกะสลักช้างในชุมชนหนองยางฟ้าเช่นกัน โดยช้างแบบเริ่มต้นนั้นคือช้างไม้สักยืนบนดอย ปัจจุบันช้างก็ยังเป็นสินค้าขายดี มีการปรับไปหลากหลายรูปแบบ โดยสล่าเกษมกิจบอกว่า ช้างเดิมนั้นใช้วิธีแกะด้วยมือทั้งกระบวนการ ลักษณะจะอ้วนท้วนมากกว่าช้างปัจจุบันที่ใช้เครื่องขุดเนื้อไม้ ซึ่งจะผอมชะลูดกว่าและมีขนาดเท่ากันหมด เมื่อมีการแกะสลักช้างกันเกือบทุกบ้าน ในราว พ.ศ. 2512 การแกะสลักแบบอื่นๆ จึงเริ่มเข้ามา โดยส่วนใหญ่เป็นแบบที่นำมาจากเชียงใหม่ นอกเหนือจากช้างจึงมีการแกะรูปอื่นๆ เช่น แมว ม้า นางไหว้ พระพุทธรูป 

แกะสลักไม้บ้านหนองยางฟ้า

ช้างแกะมือรุ่นแรกๆ-ของสล่ากิจเกษม

เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแกะสลักไม้ชุมชนบ้านหนองยางฟ้า

  • พ.ศ. 2500 พ่อหลวงน้อยเสาร์ พุทธวงค์ นำแบบช้างของ สล่าซอน จินะปัญโญ มาหัดแกะ 
  • พ.ศ. 2505 เกิดปัญหาขาดแคลนไม้สัก เกิดการรวมกลุ่มเพื่อให้สามารถต่อรองซื้อขายไม้สักที่ถูกกฎหมายจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีสมาชิกเริ่มต้น 25 คน ชื่อ “กลุ่มสหกรณ์ผลิตไม้แม่ทา” จากนั้นก็มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 
  • พ.ศ. 2512 มีการแกะสลักรูปแบบอื่นนอกจากช้าง โดยนำแบบมาจากเชียงใหม่
  • พ.ศ. 2534 เปลี่ยนชื่อจาก “กลุ่มสหกรณ์ผลิตไม้แม่ทา” เป็น “สหกรณ์บริการแกะสลักไม้แม่ทาจำกัด” สำนักงานตั้งอยู่ที่บ้านหนองยางฟ้า เป็นการรวมกลุ่มให้บริการแก่ผู้ที่ประกอบอาชีพแกะสลักไม้ ติดต่อหาแหล่งวัสดุแกะสลัก การขนส่ง การสะสมเงินทุน ตลอดถึงด้านการตลาด ปัจจุบันนี้มีสมาชิกกว่า 1,200 คน
  • พ.ศ. 2544-2549 เป็นช่วงของโครงการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เป็นโครงการเพื่อกระตุ้นธุรกิจประกอบการท้องถิ่น ซึ่งทำให้สินค้าของบ้านหนองยางฟ้าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ผลิตเท่าไหร่ก็ขายได้หมด
  • พ.ศ. 2558 การค้าขายของบ้านถวายซบเซาอย่างหนัก ทั้งนี้นอกจากการส่งออกจะซบเซาอย่างต่อเนื่องแล้ว จำนวนนักท่องเที่ยวก็ยังลดลง เพราะความผันผวนทางการเมืองภายในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้การผลิตไม้ที่บ้านหนองยางฟ้าลดลงด้วย 
  • พ.ศ. 2561 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 กิจกรรมตามรอยอารยธรรมล้านนา เรื่องไม้แกะสลักล้านนา โดยดำเนินการจัดเก็บข้อมูล องค์ความรู้ อัตลักษณ์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ครูภูมิปัญญาไม้แกะสลักล้านนา และเผยแพร่ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาต่อยอดอาชีพไม้แกะสลัก
  • พ.ศ. 2562 สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 กิจกรรมตามรอยอารยธรรมล้านนา เรื่องไม้แกะสลักล้านนา โดยดำเนินการจัดเก็บข้อมูล องค์ความรู้ อัตลักษณ์ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ครูภูมิปัญญาไม้แกะสลักล้านนา และเผยแพร่ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาต่อยอดอาชีพไม้แกะสลัก

RELATED POST

Your email address will not be published.

By using this form you agree with the storage and handling of your data by this website.