บ้านกิ่วแลน้อย

แม่ระมิงค์ หรือน้ำแม่ปิง เป็นแม่น้ำสายสำคัญของเชียงใหม่ ศูนย์กลางแห่งอาณาจักรล้านนาในอดีต ในยุคที่มีการการก่อตั้งอาณาจักรล้านนานั้น พญามังรายได้นำช่างฝีมือหลากหลายแขนงเข้ามาเพื่อช่วยก่อร่างสร้างเมือง หนึ่งในกลุ่มช่างสิบหมู่ของล้านนาคือ ช่างแกะสลักไม้ ซึ่งมาอาศัยอยู่บริเวณบ้านวัวลาย กล่าวกันว่าภายหลังก็มีชาวบ้านส่วนหนึ่งแยกย้ายไปอยู่แถบหางดงและสันป่าตอง หนึ่งในนั้น คือที่ ตำบลบ้านแม ดังนั้นบริเวณบ้านแมจึงมีชาวไทขึนหรือไทยเขินอยู่กระจัดกระจาย รวมกับคนลัวะและคนเมืองหรือไทยวน ซึ่งปัจจุบันก็ได้แต่งงานข้ามหมู่บ้านหรือชาติพันธุ์จนกลืนกลายไปแทบจะไม่เห็นความแตกต่างแล้ว ดังคำขวัญของบ้านแมที่ว่า “ชุมชนคนสามเผ่า ตำนานเก่าอำเภอใหญ่ ครูบานามลือไกล หอมหัวใหญ่ ไม้แกะสลักงาม”

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับที่มาของชื่อ อำเภอบ้านแม ที่น่าสนใจไว้ดังนี้

ตำบลบ้านแม เดิมมีสตรีผู้หนึ่งมีสติปัญญาฉลาดชาวบ้านจึงขนานนามว่า แม่ของหมู่บ้าน และเรียกหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านแม่” ต่อมามีชายมาสู่ขอและให้นางย้ายไปอยู่ที่เวียงโค้งบ้านฝ่ายชาย แต่นางรักบ้านเกิดมากจึงไม่ยอมแต่งงานด้วย จึงได้ขุดคลองเพื่อตั้งบ้านแม่ให้เป็นเวียงแม่แต่ยังขาดตำบลและอำเภอนาง จึงตั้งหมู่บ้านเป็นตำบลและเป็นอำเภอบ้านแม่ และได้เปลี่ยนชื่อจากตำบลบ้านแม่เป็นตำบล “บ้านแม” มาจนถึงปัจจุบัน
แต่เดิม ตำบลบ้านแม เป็นส่วนหนึ่งของอำเภอแม่วางและอำเภอบ้านแม โดยมีที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่ที่บ้านกาด ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2477 กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศยุบอำเภอแม่วางและอำเภอบ้านแมรวมเป็นอำเภอเดียวกัน ให้ใช้ชื่อว่า “อำเภอบ้านแม” โดยมีที่ว่าการอำเภอตั้งอยู่ที่บ้านเปียง หมู่ที่ 13 ตำบลบ้านแม ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2482 ได้มีการย้ายที่ว่าการอำเภอบ้านแมมาตั้ง ณ ที่บ้านสันป่าตอง หมู่ 10 ตำบลยุหว่า ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบัน และเปลี่ยนชื่ออำเภอเป็น “อำเภอสันป่าตอง” (เทศบาลตำบลบ้านแม. www.banmae.co.th)

ภาพมุมบนของบ้านกิ่วแลน้อย

โดยชื่อใหม่ คือสันป่าตองนั้นหมายถึง พื้นที่ดอนที่มีต้นตองหรือต้นทองหลางขึ้นอยู่มาก ส่วน “บ้านแม” จึงกลายเป็นตำบลที่อยู่ในอำเภอสันป่าตอง

ประวัติความเป็นมาของบ้านกิ่วแลน้อย

พื้นที่ตำบลบ้านแม ส่วนใหญ่เป็นที่ราบเหมาะแก่การเพาะปลูก โดยทางทิศตะวันออกเป็นที่ราบผืนใหญ่ (ภาษาเหนือเรียกว่า หลวง) และทางทิศตะวันตกเป็นที่ราบผืนเล็ก (ภาษาเหนือเรียกว่าน้อย) มีทางเชื่อมต่อกัน เป็นทางเล็กๆ เรียกว่ากิ่ว จึงเป็นที่มาของชื่อกิ่วแลน้อยและกิ่วแลหลวง ปัจจุบันบ้านกิ่วแลหลวงนั้นอยู่ในเขตของตำบลยุหว่า แต่สองหมู่บ้านก็ยังเป็นพี่เป็นน้องไปมาหาสู่กันเสมอ 

สล่าอนันต์ มณีทอง คนเก่าคนแก่ของหมู่บ้าน เล่าให้ฟังว่า “เมื่อก่อนตอนที่บวชเรียนที่วัดกิ่วแลน้อย ก็ต้องเขียนประวัติวัดส่งให้กับกรมศาสนา ก็เลยรู่ว่า วัดกิ่วแลน้อยนั้นสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2385 ซึ่งคนสร้างก็เป็นคนบ้านกิ่วแลหลวง เกิดมาก็จำได้ว่ามีวัดแล้ว” เมื่อวัดสร้างมาเมื่อ 177 ปีก่อน ดังนั้นจึงสันนิษฐานว่า ชุมชนบ้านกิ่วแลน้อยย่อมมีอายุมากกว่านั้น หากสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่หลายๆ คนอาจจะบอกว่า บ้านกิ่วแลน้อยนั้นมีหลักฐานเป็นชุมชนตั้งแต่สมัยพญาแสนเมืองมา ซึ่งยังหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์มาอ้างอิงไม่ได้ 

แกะสลักไม้บ้านกิ่วแลน้อย

วัดกิ่วแลน้อย ศูนย์รวมจิตใจชาวบ้านกิ่วแลน้อย

 


RELATED POST

Your email address will not be published.

By using this form you agree with the storage and handling of your data by this website.